Author Topic: รากนครา มรรคาแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 2569  (Read 285 times)

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมู


สัตว์หิมพานต์

หลากหลายอารยธรรมในโลกมีความเชื่อเรื่องสัตว์แปลกประหลาดผสมข้ามสายพันธุ์ คนไทยเรียกสัตว์ผสมตามจินตนาการ ที่ไม่เหมือนสัตว์จริงตามธรรมชาติเหล่านี้ว่า “สัตว์หิมพานต์” ตามคติความเชื่อเรื่องไตรภูมิในพุทธศาสนา ป่าหิมพานต์ เป็นป่ากว้างใหญ่ อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างชมพูทวีปกับเขาพระสุเมรุ หรือบริเวณเชิงเขาพระสุเมรุอันเป็นที่อยู่ของเหล่าฤๅษี นักสิทธิ์ วิทยาธร อมนุษย์ ที่มีวิชากายสิทธิ์สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้

สัตว์หิมพานต์ในความหมายของช่างไทย มิได้หมายถึงเฉพาะสัตว์ที่ตามคัมภีร์ระบุว่าอาศัยในป่าหิมพานต์เท่านั้น แต่ยังรวม ถึงสัตว์พิสดารที่อาศัยอยู่ในที่ต่างๆ ภายในขอบเขตเขาจักรวาลอีกด้วยสัตว์หิมพานต์ส่วนใหญ่ เป็นสัตว์ที่ช่างไทยสร้างสรรค์แตกต่าง กันไปตามจินตนาการ หรือมีต้นแบบจากต่างแดนโดยมีลักษณะประสมระหว่างสัตว์มากกว่า 2 ชนิด หรือมีลักษณะประสมระหว่าง มนุษย์กับสัตว์ชนิดต่าง ๆ ก็ได้ อาทิ กินนร-กินรี อมนุษย์ครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นนก ราชสีห์ สัตว์ที่มีความดุร้ายและมีกำลังมาก คชสีห์ สัตว์ผสมระหว่างช้างกับสิงห์ เหมราช สัตว์ผสมระหว่างหงส์กับสิงห์ สิงโตจีน สัตว์ที่ช่างไทยดัดแปลงมาจากรูปลักษณ์สิงโตของจีน

ที่มา : ป้ายในห้อง

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ชาดก

วรรณกรรมในพุทธศาสนา ที่เกี่ยวกับเรื่องราวในพระอดีตชาติของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งเสวยพระชาติ เกิดเป็น เดรัจฉาน มนุษย์ อมนุษย์ หรือเทวดาในภพภูมิต่าง ๆ กันไป แต่ละชาติที่ผ่านมานั้นพระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญบารมี ประการต่าง ๆ ซึ่งเป็นคุณความดีที่ประพฤติปฏิบัติอย่างยิ่งยวด เพื่อการบรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาดก จำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

นิบาตชาดก ชาดกที่ปรากฏในพระสุตตันตปิฎก ซึ่งมี 550 พระชาติ แต่ปัจจุบันปรากฏตามพระคัมภีร์ ชาตกัฏฐกถาอรรถกถาชาดก เพียง 547 เรื่อง ชาดกเหล่านี้แบ่งออกเป็นหมวด ๆ ตามจำนวนคาถา สำหรับนิบาตชาดก ที่คนไทยรู้จักกันมากคือ มหานิบาตชาดก ชาดกที่มีคาถาเกิน 80 คาถา มีจำนวน 10 เรื่อง เรียกว่า “ทศชาติ”

ชาดกนอกนิบาต ชาดกที่ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก ซึ่งแต่งขึ้นในภายหลังโดยมีโครงสร้างเนื้อเรื่องแบบเลียน คัมภีร์ชาตกัฏฐกถา ท้ายเรื่องมี "สโมธาน” หรือ “ประชุมชาดก” ระบุว่าในสมัยพุทธกาลตัวละครในเรื่องแต่ละตัวจะ มาเกิดเป็นผู้ใด สำหรับชาดกนอกนิบาตที่คนไทยรู้จักกันดีคือ ปัญญาสชาดก ชาดกนอกนิบาต 50 เรื่อง ซึ่งแต่งโดย พระภิกษุชาวเชียงใหม่ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2000-2200 โดยนำเค้าเรื่องมาจากนิทานพื้นบ้านหรือแต่งขึ้นใหม่ เมื่อเผยแพร่เข้ามาสู่อาณาจักรอยุธยา ได้รับการแปลและนำไปแต่งขึ้นใหม่เป็นวรรณกรรมที่สำคัญของไทยหลายเรื่อง อาทิ พระสุธน-มโนห์รา (สุธนชาดก) สังข์ทอง (สุวรรณสังข์ชาดก) สมุทโฆษคำฉันท์ (สมุทโฆสชาดก) เสือโคคำฉันท์ (พหลคาวีชาดก)

ที่มา : ป้ายในห้อง

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
พระพุทธประวัติ

เรื่องราวพระประวัติของพระสมณโคดมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์ปัจุบัน พุทธประวัติบางตอนปรากฏ ในพระไตรปิฎก ต่อมาพระเถราจารย์ได้รวมรวมข้อความต่าง ๆ จากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถามา เรียบเรียงใหม่โดยลำดับเรื่องราวตามเหตุการณ์ พระพุทธประวัติชั้นหลังนี้มักปรากฏปาฏิหาริย์และอัศจรรย์ ต่างๆ สำหรับวรรณกรรมพุทธประวัติที่คนไทยรู้จักกันดีคือ พระปฐมสมโพธิกถา

ปฐมสมโพธิกถา ตามรูปศัพท์หมายถึง เรื่องราวที่เกี่ยวกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า แม้ชื่อเรื่องจะเน้น พุทธประวัติตอนตรัสรู้ แต่เนื้อหาของปฐมสมโพธิกถาครอบคลุมประวัติเรื่องราวต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้า ประวัติพระสาวก ตลอดจนเรื่องราวของบุคคลต่าง ๆ และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ตลอดจนถึง การอันตรธานแห่งพระพุทธศาสนาในที่สุด ปฐมสมโพธิกถา เดิมแต่งไว้เป็นภาษาบาลี ไม่ปรากฏว่าผู้ใดแต่ง ต่อมาจึงมีผู้แปลเป็นภาษาไทย ฉบับสำคัญที่แพร่หลายคือ ปฐมสมโพธิกถา ฉบับที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงชำระในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์

พุทธประวัติตอนสำคัญที่พบเสมอในงานศิลปกรรมคือ พุทธประวัติที่เกิดขึ้น ณ สังเวชนียสถาน 4 แห่ง ได้แก่ ประสูติที่ใต้ต้นสาละ ทรงชนะพญามารก่อนการตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ ทรงแสดงพระปฐมเทศนา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และเสด็จดับขันธปรินิพพานในป่าสาลวัน นอกจากนี้ฉากที่พบบ่อย คือ ฉากทรงม้า กัณฐกะเสด็จออกผนวช ฉากปลงพระเกศาด้วยพระขรรค์ริมฝั่งแม่น้ำอโนมานที

ที่มา : ป้ายในห้อง

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
4.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
4.1 สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พรพันปีฯ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ผ้าอายุกว่า 100 ปี จัดถึงวันที่ 4 ตค 69
4.2 พระพิฆเนศ ศิลปะชวา ได้มาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท
https://maps.app.goo.gl/6CbujHussxuNzmtX6


Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ถลกบาตร

รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแต่เดิม
ถลกบาตร สำหรับหุ้มบาตรของพระสงฆ์เพื่อกันความร้อน ถักด้วยเส้นไหมหุ้มด้วยดิ้นทอง และเส้นไหมสีต่างๆ
ด้านบนปักด้วยดิ้นทอง ตัวอักษรไทย ความว่า “พุทธศักราช ๒๔๕๘"

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
จีวรเนื้อแพรจีน

ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแต่เดิม จีวรตัดเย็บจากผ้าแพรจีนสีแก่นขนุนทอลวดลายดอกโบตั๋น เป็นผ้าชั้นดีที่นิยมในถวายแด่พระเถระผู้ใหญ่ และภิกษุผู้มีสมณศักดิ์สูง ตั้งแต่ช่วงสมัยต้นรัตนโกสินทร์ โดยเชื่อว่าเป็นประณีตทานที่ก่อให้เกิดอานิสงส์แก่ผู้ถวายเป็นอันมาก

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ย่าม

รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ ฝีมือช่างนครศรีธรรมราช
นายพลเอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ถวายสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเทพศิรินทราวาส ต่อมาสมเด็จฯ ประทานให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ย่ามตัดเย็บจากผ้าฝ้ายทอมือของช่างนครศรีธรรมราช ปากย่ามประดับผ้าถัก ปักลายดอกพิกุลด้วยเส้นไหมทอง และตกแต่งด้วยเลื่อม

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ลูกกลิ้งดินเผา สำหรับทำลวดลายผ้า

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ผืนผ้า ต่างๆ  หลากหลาย แบบลวดลาย
ผ้ามัดหมี่ ผ้าโฮล ผ้าไหมยกดอก ผ้าปัก ผ้าจก
« Last Edit: กันยายน 19, 2026, 03:44:44 pm by designbydx »

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ผ้ากรองทองปักดิ้นเงิน ดิ้นทองและปีกแมลงทับ
ศิลปะรัตนโกสินทร์ พทธศตวรรษที่ 25
เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครมาแต่เดิม
ผ้ากรองทองที่ทอจากไหมและแล่งเงิน ปักลวดลายดอกไม้ที่ตกแต่งด้วย เลื่อมและปีกแมลงทับให้เกิดความแววลาย(การทำให้ลวดลายสะท้อนแสงเป็นประกายแวววาว
« Last Edit: กันยายน 19, 2026, 03:44:57 pm by designbydx »

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ลองซูมดูใกล้ๆ

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
อานม้าปักดิ้น เลื่อมและปีกแมลงทับ
ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ 24-25
เครื่องราชบรรณาการจากเมืองเชียงใหม่ สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 6)
อานม้าปักลวดลายผีเสื้อบริเวณอานม้า และปักลายสิงห์ล้อมด้วยลายดอกไม้ที่แผงช้าง(พนัง)
« Last Edit: กันยายน 19, 2026, 03:45:09 pm by designbydx »

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ผ้ามปักปูมท้องนาค
รัตนโกสินทร์ พุทธศตรวรรษที่ 25
คุณท้าวภัณฑสารนุรักษ์ ส่งมาจากคลังใน เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2471
ผ้าสมปักชั้นสูงสุดที่พระมหากษัตริย์ใช้พระราชทานแก่ขุนนางชั้นเสนาบดี สำหรับนุ่งเข้าเฝ้าหรือในการราชพิธี ถือเป็นเครื่องใช้ที่ได้รับพระราชทานรายปีเรียกว่า "ผ้าหวัดรายปี"
« Last Edit: กันยายน 19, 2026, 03:45:23 pm by designbydx »

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ผ้าจวนตานี
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ 25
สมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ผ้ามัดหมี่ของชาวไทยมุสลิม หรือ "ผ้ายกตานี" ใช้เทคนิคทอยกสอดดิ้นทองเป็นเส้นพุ่งเสริม ทำให้เกิดลวดลายเป็นสีทอง เรียกว่า "ลิมาร์" หมายถึง ห้า อันเป็นลักษณะของแถบลายผ้าที่ใช้สีตัดกัน 5 สี
« Last Edit: กันยายน 19, 2026, 03:45:33 pm by designbydx »

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
1.ผ้าโจงกระเบนไหมมัดหมี่(โฮลเปราะห์) 2.ผ้ามัดหมี่สองทาง(อันปรม) 3.ผ้าซิ่นแม่เรือน(หนี่คิ) 4.ผ้าซิ่นมัดหมี่ไทลื้อ(ซิ่นก่าน) 5.ผ้าไหมสาเกต 6. ผ้าซิ่นมัดหมี่

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
กี่ทอผ้า

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ผ้าทรงสะพัก

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
ไปกันต่อ ไปเที่ยวชม
4.2 พระคเณศ 4 กร ศิลปะชวา ได้มาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท
https://maps.app.goo.gl/6CbujHussxuNzmtX6

จะอยู่จุดสุดท้ายตอนออกอาคาร  แต่ก่อนจะมาดูจุดนี้ก็ชมส่วนอื่นๆ ก่อนนะครับ สวยๆ ทั้งนั้น และยังได้รู้เกี่ยวกับความเป็นมาของงาศิลป์ประเทศไทยด้วย

พุทธศตวรรษที่ 15-16
จากจันทิสิงหสาหรี ประเทศอินโดนีเชีย รัฐบาลฮอลันดา ณ เกาะชวา น้อมเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ที่มา : ป้าย

สายประวัติศาสตร์และสายมูต้องปักหมุด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เปิดพื้นที่จัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่าด้วยรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมไฮไลท์สำคัญที่หาชมได้ยากยิ่งอย่าง "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก"
.
ประติมากรรมดังกล่าวตั้งอยู่ ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท แกะสลักจากหินภูเขาไฟ เป็นงานศิลปะชวาตะวันออก (ศิลปะสิงหัดส่าหรี) จากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีความโดดเด่นและนัยสำคัญตามความเชื่อดังนี้
.
ประทับบนหัวกะโหลก องค์พระพิฆเนศมีลักษณะประทับบนฐานหัวกะโหลกและมีเครื่องประดับกะโหลก ซึ่งสะท้อนคติความเชื่อในนิกายมหายานตันตระและอิทธิพลลัทธิไศวนิกาย
.
สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ หัวกะโหลกสื่อถึงความตายและการแตกดับ การประทับอยู่เหนือหัวกะโหลกจึงหมายถึงการอยู่เหนือวัฏสงสารและการเอาชนะอวิชชา
.
พลังปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย รูปลักษณ์ที่น่าเกรงขามตามความเชื่อแบบตันตระ มีความหมายถึงการขจัดปัดเป่าสิ่งอัปมงคลขั้นรุนแรง
.
ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางไปสัมผัสความงามและความลึกลับของโบราณวัตถุล้ำค่าชิ้นนี้ พร้อมชมความงามของสถาปัตยกรรมไทยและโบราณวัตถุตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
.
ที่มา : onenews
« Last Edit: กันยายน 22, 2026, 07:18:48 pm by designbydx »

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
6.วัดบวรสถานสุทธาวาส(วัดพระแก้ววังหน้า) ที่นี่มี พระพิฆเนศด้านหลัง
https://maps.app.goo.gl/Dz2bG7ZN5KFfrEAGA


Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
แท่นประดิษฐานพระพิฆเนศวร หลังพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส จากอนุสาวรีย์ฉลองพระนคร 100 ปี
.
บริเวณพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ที่กำลังเปิดให้เข้าชมในปัจจุบันนี้ (ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น.) ยังเป็นที่ตั้งของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรดาสายมูมักจะมาขอพร ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐาน “องค์พระพิฆเนศวร”
.
พระพิฆเนศวรออกแบบโดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และนายชื้น ชื่นประสิทธิ์ เป็นผู้หล่อ คาดว่าจัดสร้างในปี พ.ศ. 2488 (บางข้อมูลบอกว่า พ.ศ. 2477)
.
องค์พระพิฆเนศวรสูงประมาณ 1.40 เมตร ด้านหลังองค์เทวรูปเป็นแผ่นหินกลม มีสี่พระกร ทรงวัชระ ปาศะ ทันตะ และหม้อน้ำ ประทับนั่งในลักษณะแยกพระชงฆ์ออกจากกัน โดยฝ่าพระบาททั้งสองข้างหันเข้าหากัน ทรงเครื่องพัสตราภรณ์ประดับด้วยงูและหัวกะโหลก
.
นอกจากความงามของพระพิฆเนศวรแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกคือ ฐานหินที่ประดิษฐานพระพิฆเนศวร เพราะฐานดังกล่าวคือ “ฐานปฐมบรมราชานุสาวรีย์ ฉลองพระนครครบร้อยปี”
.
จากลายพระหัตถ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ถึงหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ ฉบับวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2481 ซึ่งพระองค์เขียนที่เมืองปีนัง ทรงอธิบายถึง “ปฐมบรมราชานุสาวรี” กับ “บุษบกใหญ่ทำด้วยศิลา” พิมพ์อยู่ในหนังสือ “เรื่องโบราณคดี อนุสรณ์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วง อินทุวงศ์)” ซึ่งจะคัดมาให้อ่านดังนี้ (สะกดตามอักขระเดิม และจัดย่อหน้าใหม่เพื่อให้อ่านสะดวก)
.
“เรื่องเครื่องศิลาจำหลักที่ขนมาจากบริเวณสำนักงานกรมเจ้าท่าเอามาไว้ในพิพิธภัณฑสถานฯ นั้น มีเรื่องประวัติมาดังจะกล่าวต่อไปนี้ ในรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2425 อายุพระนครอมรรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี มีการฉลองพระนครเป็นงานใหญ่ในงานนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าทรงพรงพระราชดำริห์ให้สร้างถาวรวัตถุป็นอนุสรณ์ 2 สิ่ง คือ ปฐมบรมราชานุสาวรี สนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกสิ่ง 1 ศาลสถิตยุติธรรมสิ่ง 1
.
ศาลสถิตยุติธรรมยังปรากฎอยู่จนบัดนี้ เดิมมีหอสูงติดนาฬิกา 4 ด้าน และมีบุษบกทองสัมฤทธิ์กับฉัตรทองสัมฤทธิ์ 4 คันตั้งบนยอดหอสูงนั้น แต่เมื่อล่วงมาหลายปีหอสูงนั้นทรุด อินเยอเนียตรวจเห็นว่าถ้าทิ้งไว้จะพังจึงโปรดให้รื้อหอสูงเสีย บุษบกทองสัมฤทธิ์ที่เคยตั้งบนยอดหอสูงเอาไปไว้ที่ไหนฉันจำไม่ได้ ไปพบเมื่อเริ่มจัดพิพิธภัณฑสถานฯ ในรัชกาลที่ 7 จึงให้เอามารักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานฯ
.
ส่วนปฐมบรมราชานุสาวรี ใครเป็นผู้คิดแบบฉันไม่ทราบ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) เป็นผู้อำนวยการสร้าง ๆ ในสนามตรงหน้าศาลสถิตยุติธรรม
.
แบบปฐมบรมราชานุสาวรีนั้นคิดจะสร้างเป็นบุษบกใหญ่ทำด้วยศิลาเป็นที่ตั้งพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกในนั้น มีฐานก่ออิฐ (ประดับศิลา) รองบุษบก (คล้ายคั่นบันได) 5 ชั้น ฐานอิฐได้ก่อโครงสำเร็จ
.
แต่ส่วนบุษบกศิลานั้น ได้ยินว่าเรียกช่างศิลามาแต่เมืองจีน ให้ไปต่อยศิลาที่เขาสามมุก อยู่ริมทะเลระหว่างอ่างหินกับบางพระแห่ง 1 กับที่เกาะสีชังแห่ง 1 แต่งทำรูปและจำหลักลายสำหรับติดต่อก่อเป็นบุษบก ทำแล้วเท่าใดส่งเข้ามากรุงเทพฯ เป็นคราว ๆ เดิมก็เห็นจะเอาไว้ใกล้กับฐานอิฐที่ก่อแล้วนั้น
.
ทีหลังความมาปรากฏขึ้นว่าบุษบกศิลาที่ทำนั้นจะไม่สามารถก่อขึ้นได้ดังประสงค์ ฉันไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด สันนิษฐานว่าเห็นจะเป็นเพราะนายช่างผู้คิดแบบบุษบก เอาแบบตัวไม้เช่นเคยสร้างบุษบกไม้มาให้ทำด้วยหิน ก็หินมีน้ำหนักมากและจะเอาติดต่อกันยากกว่าไม้
.
การที่จะทำบุษบกศิลาจึงไม่สำเร็จ ทิ้งค้างรำคาญตาคนมาจนเมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงโปรดให้ทำท้องสนามหลวง จึงดำรัสสั่งให้รื้อปฐมบรมราชานุสรณ์ซึ่งค้างอยู่และจะทำให้สำเร็จตามความคิดเดิมไม่ได้นั้นเสีย เมื่อรื้ออิฐก็เอาไปใช้ทำการอื่น แต่ส่วนเครื่องศิลาเอาไปไว้ ณ บริเวณกรมเจ้าท่า ในเวลานั้นเป็นที่ทำการกรมโยธาธิการ เลยทิ้งอยู่ที่นั่น ฉันไปเห็นเข้าจึงขอเอามารักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานฯ.”
.
ฐานหินที่รองรับองค์พระพิฆเนศวร ณ วัดบวรสถานสุทธาวาส ในปัจจุบันนี้ อดีตคือ “ฐานปฐมบรมราชานุสาวรีย์ ฉลองพระนครครบร้อยปี” ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในงานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี เมื่อ พ.ศ. 2425
.
แม้โครงการสร้างบุษบกศิลาจะไม่สำเร็จและถูกรื้อถอนลงตามบันทึกของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จนชิ้นส่วนศิลาเคยกระจัดกระจายไปอยู่ที่กรมเจ้าท่า ก่อนจะถูกนำมาเก็บรักษาไว้ และต่อมาได้ถูกเลือกใช้เป็นแท่นประดิษฐานองค์พระพิฆเนศวรที่ออกแบบโดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี จึงทำให้โบราณวัตถุชิ้นสำคัญชิ้นนี้เชื่อมโยงกับงานศิลปกรรมอย่างทรงคุณค่า
.
เรื่อง : กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม
ภาพ : แท่นประดิษฐานพระพิฆเนศวร (ภาพโดย วรวิทย์ พานิชนันท์)