2.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จุดเริ่มต้นศิลปะร่วมสมัยของไทย งานปั้น
https://maps.app.goo.gl/JXiqtituW22LsRmK7ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือชื่อเดิม คอร์ราโด เฟโรซี (Corrado Feroci) เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เติบโตในครอบครัวที่ประกอบอาชีพค้าขาย ท่านศึกษาศิลปะตั้งแต่วัยเยาว์และจบการศึกษาจากสถาบันศิลปะซานตาโครเชแห่งฟลอเรนซ์ ด้วยความสามารถด้านศิลป์และทฤษฎีศิลป์ และจบหลักสูตรประติมากรรม ต่อมาได้รับการคัดเลือก เป็นศาสตราจารย์ในสถาบันศึกษาเดิมของท่าน ในขณะที่มีอายุเพียง 23 ปี ด้านชีวิตครอบครัว ศาสตราจารย์คอร์ราโดสมรสกับนางแฟนนี วิเวียนนี มีบุตรชื่อ อิซาเบลล่า และโรมาโน ต่อมา ได้แต่งงานใหม่กับนางมาลินี เคนนี่ ใน พ.ศ. 2502 แต่ไม่ได้มีบุตรด้วยกัน
การเดินทางสูสยามเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2466 คอร์ราโด เฟโรซี ได้รับเชิญจากรัฐบาลไทยให้มารับราชการเป็นช่างปั้นที่กรมศิลปากร โดยได้รับอัตราเงินเดือนเดือนละ 800 บาท ค่าเช่าบ้าน 80 บาท ซึ่งเป็นอัตราพิเศษสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศโดยเฉพาะ และเพียงพอต่อการจับจ่ายใช้สอยในสมัยนั้น ท่านมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานประติมากรรมและอนุสาวรีย์สำคัญหลายชิ้น เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 และพระบรมรูปทรงม้า รวมทั้งเป็นผู้บุกเบิกการสอนศิลปะสมัยใหม่ให้กับคนไทย
ชีวิตและการอุทิศตนนายคอร์ราโด เฟโรซี ได้อุทิศชีวิตให้กับการสอนและการบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่ ท่อตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรมใน พ.ศ. 2476 ซึ่งต่อมายกระดับเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ทําให้ ประเทศไทยมีระบบการเรียนการสอนศิลปะที่ทันสมัยเป็นครั้งแรก
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2485 อิตาลีซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศอักษะยอมแพ้และตกอยู่ในความยึดครองของประเทศพันธมิตร รัฐบาลญี่ปุ่นจึงควบคุมตัวชาวอิตาเลียนทั้งหมดที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นนายคอร์ราโด เฟโรซี พลอยถูกควบคุมตัวด้วย อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้นคือ ฯพณฯ หลวงวิตรวาทการ ได้ใช้ความสามารถทางการทูตขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นปล่อยตัวศาสตราจารย์คอร์ราโด เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่อุทิศตนอย่างหนักเพื่อพัฒนาวงการศิลปะของไทย เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้
ท่านได้รับสัญชาติไทย และเปลี่ยนชื่อเป็น ศิลป์ พีระศรี" ซึ่งต่อมาชื่อนี้ ได้กลายเป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการ
มรดกและเกียรติคุณศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 แต่ผลงานและคุณูปการของท่านยังคงสืบทอดมาจนทุกวันนี้ ไม่เพียงในรูปของประติมากรรมอนุสาวรีย์ อันยิ่งใหญ่ หากยังอยู่ในหัวใจศิษย์และศิลปินนับไม่ถ้วนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท่าน
ที่มา : ป้ายในห้อง