Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
ธรรมจักรเคลื่อนโลก

80 ปีก่อนพุทธศักราช เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ ณ ลุมพินีวันระหว่างกรุง กบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ

51 ปีก่อนพุทธศักราช เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออก ผนวช (มหาภิเนษกรมณ์) ขณะมีชนมายุ 29 พรรษา

45 ปีก่อนพุทธศักราช เจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้อนุตตร สัมมาสัมโพธิญาณ

หลังตรัสรู้ได้ 9 เดือน พระพุทธเจ้าทรงแสดง ปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 โกณฑัญญะทูลขอบวชเป็น พระภิกษุรูปแรก ทำให้วันนั้น มี “พระรัตนตรัย” ครบองค์สาม

พรรษาแรกหลังตรัสรู้ พระเจ้าพิมพิสารแห่งแคว้นมคธ ถวายสวนเวฬุวัน นอกกรุงราชคฤห์ให้เป็นวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา

1 ปีก่อนพุทธศักราช หลังปฏิบัติพุทธกิจเป็นเวลา 45 พรรษา พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานที่สาลโวทยาน กรุงกุสินารา ในคืนวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6

พ.ศ. 1 สังคายนาครั้งที่หนึ่ง ณ กรุงราชคฤห์ พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นองค์อุปถัมภ์

พ.ศ. 100 สังคายนาครั้งที่สอง ณ กรุงเวสาลี พระเจ้ากาลาโศกราชเป็นองค์อุปถัมภ์ พุทธศาสนาแบ่งออกเป็น เถรวาทและอาจาริยวาท ซึ่งต่อมาเรียกว่า “มหายาน”

พ.ศ. 218 เข้าสู่ยุคทองของพุทธศาสนา ในชมพูทวีป พระเจ้าอโศก มหาราชทรงให้การอุปถัมภ์

พ.ศ. 234 สังคายนาครั้งที่สาม ณ เมืองปาฏลีบุตร พระเจ้าอโศกมหาราชเป็นองค์อุปถัมภ์ จากนั้นมีการส่งสมณทูตไป เผยแผ่พุทธศาสนายังดินแดน ต่าง ๆ รวม 9 สาย

พ.ศ. 236 พุทธศาสนาตั้งมั่นในลังกา มีการทำสังคายนาครั้งที่สี่ ณ เมืองอนุราธปุระ

พ.ศ. 383 พญามิลินทร์หรือมีนานเดอร์ กษัตริย์กรีกทรงเป็นพุทธมามกะ พุทธศาสนาเจริญ รุ่งเรื่องในแถบโยนกและ คันธาระ เกิดการสร้างพระพุทธรูปขึ้นเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 608 ศาสนาพุทธเผยแผ่เข้าสู่จีน พระเจ้าหมิงตี้แห่งราชวงศ์ฮั่น ทรงส่งคณะทูตไปสืบพระศาสนาที่อินเดีย และโปรดให้ สร้างวัดไป่หม่าชื่อ หรือ “วัด ม้าขาว” ขึ้นเป็นวัดแห่งแรก

พ.ศ. 750 พุทธศาสนาในหุบเขาบามีอานรุ่งเรือง มีการสร้างพุทธสถาน และพระพุทธรูปขนาดใหญ่

พ.ศ. 945 หลวงจีนฟาเหียนเดินทาง มาศึกษาธรรมะที่ชมพูทวีป พร้อมอัญเชิญพระไตรปิฎก กลับสู่ประเทศจีน

พ.ศ. 965 ศาสนาพุทธในชมพูทวีป เริ่มเสื่อมลง

พ.ศ. 1095 ศาสนาพุทธเผยแผ่เข้าสู่ ญี่ปุ่น จักรพรรดิญี่ปุ่น ทรงสร้างวัดแห่งแรก เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป และพระคัมภีร์

พ.ศ. 1160 พุทธศาสนาเผยแผ่เข้าสู่ทิเบตจากจีนและเนปาล และพัฒนาต่อมาจนกลายเป็น พุทธศาสนาวัชรยาน

พ.ศ. 1162 พุทธศาสนาในอินเดียกลับมา รุ่งเรื่องอีกครั้ง มหาวิทยาลัย นาลันทาเป็นศูนย์กลางการ ศึกษาพุทธศาสนาในชมพูทวีป

พ.ศ. 1172 พระถังซัมจัง ภิกษุจีน เดินทางไปศึกษาธรรมะที่ มหาวิทยาลัยนาลันทาเป็น เวลากว่า 16 ปี และอัญเชิญพระไตรปิฎกกลับสู่จีน

พ.ศ. 1300 พุทธศาสนานิกายมหายาน เจริญรุ่งเรื่องในอาณาจักรศรีวิชัย และเผยแผ่มายังภาคใต้ของไทย

พ.ศ. 1321 กษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร์ แห่งอาณาจักรศรีวิชัยสร้าง “บุโรพุทโธ” ขึ้นที่เกาะชวา

พ.ศ. 1535 อาณาจักรมุสลิม 3 เชื้อสาย ได้แก่ อิหร่าน เติร์ก และ มองโกล แย่งชิงอำนาจและ แผ่อิทธิพลครอบงำชมพูทวีป

พ.ศ. 1587 พระเจ้าอนิรุทธแห่งเมือง พุกามทรงรวบรวมอาณาจักร พม่าให้เป็นปึกแผ่น พุทธ ศาสนาเจริญรุ่งเรื่องถึงขีดสุด

พ.ศ. 1749 พุทธศาสนาแทบสูญสิ้น ไปจากชมพูทวีปหลังกองทัพ มุสลิมเติร์กเข้ายึดครอง อินเดีย

พ.ศ. 1800 พุทธศาสนาเถรวาท เจริญรุ่งเรืองขึ้นใน อาณาจักรสุโขทัย

พ.ศ. 2293 กษัตริย์ลังกาส่งคณะทูตมายัง กรุงศรีอยุธยา เพื่อทูลขอพระสงฆ์ไทยไปอุปสมบทให้ กุลบุตรชาวลังกา เกิดเป็น คณะสงฆ์ “นิกายอุบาลีวงศ์" หรือ "สยามวงศ์"

พ.ศ. 2406 อังกฤษเริ่มสำรวจทาง โบราณคดีและฟื้นฟูการศึกษาพุทธศาสนาในอินเดีย

พ.ศ. 2431 รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้พิมพ์พระไตรปิฎกบาลีด้วย อักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2499 ดร.อัมเพทการ์ นำชนชั้นจัณฑาลเลิกนับถือศาสนา ฮินดู และปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ ในปีเดียวกันนี้ อินเดียจัด “พุทธชยันตี” เพื่อฉลองพุทธศาสนาครบ 2,500 ปี

พ.ศ. 2500 ไทยฉลองพุทธชยันตีด้วย การพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับ ภาษาไทยครบชุดฉบับแรก

พ.ศ. 2502 องค์ทะไลลามะเสด็จลี้ภัย ไปยังประเทศอินเดีย หลังจีนบุกยึดครองทิเบต พุทธศาสนาวัชรยานเริ่ม เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตก

พ.ศ. 2531 ไทยจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับคอมพิวเตอร์ฉบับแรก ของโลก

พ.ศ. 2542 องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญของโลก

พ.ศ. 2553 อินเดีย ศรีลังกา และพม่า จัดงานฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้

พ.ศ. 2555 ไทยจัดงานฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้

พ.ศ. 2569 แล้ว เราทำอะไรอยู่เนี่ย
12
การเผยแผ่พุทธศาสนา

พุทธศาสนาถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่า 2,600 ปีก่อน ณ ชมพูทวีป ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลซึ่งมีอาณาเขต ครอบคลุมประเทศอินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน และเนปาล ด้วยหลักคิดและวิถีปฏิบัติที่แตกต่าง จากความเชื่อดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง พุทธศาสนาจึงแพร่หลายในหมู่ชนทุกชั้นวรรณะอย่างรวดเร็ว

กระทั่งราว พุทธศตวรรษที่สาม ตรงกับสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ถือเป็นช่วงที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ไม่เพียง มีการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่สามเท่านั้น แต่ยังมีการส่งสมณทูตไปเผยแผ่พุทธศาสนาพร้อมกันถึง 9 สาย ครอบคลุมทั้งดินแดนทางบกและทางทะเล

ทางเหนือได้แก่ แคว้นแคชเมียร์ คันธาระ และเนปาล
ทางตะวันออก ได้แก่ ดินแดนสุวรรณภูมิ (ประกอบด้วย ไทย พม่า และกัมพูชาในปัจจุบัน)
ทางใต้ ได้แก่ ศรีลังกาและดินแดน แถบลุ่มแม่น้ำโคธาวารี
ทางตะวันตกได้แก่ รัฐมหาราษฏระและเมืองใหญ่น้อยแถบทะเลอาหรับ

ปิดท้ายด้วยดินแดน แถบเอเชียกลางได้แก่ อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อิหร่าน และเตอร์กิสถาน ในระยะหลัง พุทธศาสนายังแผ่ไปสู่ ดินแดนโลกใหม่และตะวันตก ปัจจุบันพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากเป็นอันดับห้าของโลกด้วยจำนวนศาสนิกชนไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน

แถมพร้อมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย สิงหาคม 2557

ที่มา: National Geographic Geography of Religion Where God Lives, Where Pilgrims Walk (2004)

ศิลปกรรม: นพคุณ อิทธิกำจร, สาวิตรี ใจสว่าง เนื้อหา : วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์
13
ลืมๆ ครืมอินเดียที่จะแนะนำ ใช้ดีมาก ทาปาก ทาผิว ทาทุกสิ่งที่ต้องการความชุ่มชื้น
14
ถึงเวลากลับประเทศไทยแล้ว ขอบคุณครับที่ติดตาม
15
แผนที่เที่ยววันนี้ครับ
16
National Museum, New Delhi राष्ट्रीय संग्रहालय
https://maps.app.goo.gl/D5oThFaQ179bs9Dz7

เดินทางกลับประเทศไทย
17
แขกมาทำคอนเทนต์
18
วันนี้โชคดี เข้าฟรี
19
เหมือนกับที่ไหนน้าา
20
Humayun's Tomb Building Complex เป็นอนุสาวรีย์สุสานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมโมกุล ตั้งอยู่ใกล้กับถนน Mathura ในพื้นที่ Nizamuddin East ใกล้กับ Dinapanah เช่น Old Fort ในนิวเดลี

ในสมัยราชวงศ์ทาส ดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ในป้อมปราการ Kilokri และเป็นเมืองหลวงของสุลต่าน Kekubad บุตรชายของ Nasiruddin (1268-1287) อาคารหลักของที่นี่คือสุสานของจักรพรรดิโมกุล Humayun และยังเป็นที่ตั้งของสุสานของราชวงศ์อื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงสุสานของ Humayun กลุ่มนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก และเป็นตัวอย่างแรกของสถาปัตยกรรมโมกุลในอินเดีย

หลุมฝังศพนี้มีสไตล์ Charbagh แบบเดียวกับที่ให้กําเนิดทัชมาฮาลในอนาคต หลุมฝังศพนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1562 ตามคําสั่งของ Begum Hamida Bano Begum ภรรยาม่ายของ Humayun สถาปนิกของอาคารนี้คือ Sayyid Mubarak ibn Mirak Ghiyathuddin และพ่อของเขา Mirak Ghiyathuddin ซึ่งได้รับเชิญเป็นพิเศษจากเมือง Herat ในอัฟกานิสถาน อาคารหลักสร้างเสร็จในเวลาประมาณแปดปีและกลายเป็นตัวอย่างแรกของสไตล์ Charbagh ในอนุทวีปอินเดีย หินทรายสีแดงถูกนํามาใช้เป็นครั้งแรกในวงกว้างที่นี่ ในปี 1993 กลุ่มอาคารได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

ที่มา : https://hi.wikipedia.org/wiki/%E0%A4%B9%E0%A5%81%E0%A4%AE%E0%A4%BE%E0%A4%AF%E0%A5%82%E0%A4%81_%E0%A4%95%E0%A4%BE_%E0%A4%AE%E0%A4%95%E0%A4%AC%E0%A4%B0%E0%A4%BE
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10