Hiking Thai
Hiking Thai => เที่ยวเมืองไทย..ยังไม่ไปก็รู้ => Topic started by: designbydx on กรกฎาคม 24, 2024, 06:29:31 pm
-
ทริปนี้เป็นไปการจังหวัดยะลา รอบที่เท่าไร จำไม่ได้แล้ว สิ่งที่ดึงดูดรอบนี้คือ "หมู่บ้านจุฬาภรณ์ 9" อยู่ท่ามกลางป่าฮาลาบาลา เป็นช่วงประเทศไทยเข้าสู่ภาะลานิญา คิดแล้วฝนคงจะตกหนักแน่ๆ เลย สิ่งที่กังวลมากคือกลัวถ่ายรูปไม่ได้
ทริปก็จะไปจอยกับ โฟโต้ โฮสเทล ที่ไปพักประจำราคาประหยัดเจ้าของใจดี(เพราะว่าการเดินทางไป หมู่บ้านจุฬาภรณ์ 9 ไม่มีรถประจำทางผ่าน อยู่ไกลทางคดเคี้ยวไปคนเดียวคงไม่คุ้มค่าใช้จ่าย)
วันที่ 1 เดินทางด้วยรถไฟ ต่อแทกซี่ไปเบตง (ตอนแรกไปใช้บริการรถตู้ แต่ก็รอนาน บอกว่าเต็มถึงจะออก) กว่าจะถึงก็เย็นเลย
วันที่ 2 เที่ยวชมทะเลหมอกไตต๋ง อยู่บนยอดเขาสูง ใช้โฟวิว ประมาณชั่วโมงนึง มองเห็นเมืองเบตง
เที่ยวถนนเลียบชายแดนไทยมาเลเซีย ชมประวัติศาสตร์หลักเขตแบ่งประเทศ ฯลฯ
วันที่ 3 ชมทะเลหมอกควนโต๊ะนิ จุดนี้ต้องเดินประมาณ 600 ม.
ชมน้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร9 ตอนบน
บ่ายๆ เดินทางไปหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 9 ล่องเรือหลังเขื่อนไปชมคลองน้ำใส ต้นน้ำ ชมน้ำตกฮาละซ๊ะห์
วันที่ 4 ชมทะเลหมอกเขาหินโยก เดินชันๆ ประมาณ 800 ม. แล้วเดินทางมาที่หาดใหญ่ บินกลับ กทม
กล้อง Fuji XS10+18-135มม. ฟิลเตอร์ ND+CPL Nisi 10 Stop
ที่พัก : https://www.facebook.com/FotoHostelBetong
-
วันที่ 1 เดินทางด้วยรถไฟ ต่อแทกซี่ไปเบตง (ตอนแรกไปใช้บริการรถตู้ แต่ก็รอนาน บอกว่าเต็มถึงจะออก) กว่าจะถึงก็เย็นเลย ไปเดินเล่นสิ่งที่เปลี่ยนไปอุโมงค์มีการเพิ่มภาพ อาร์ทเข้ามาที่ผนังอุโมงค์ พร้อมไปหากินมังคุดเกรดเอ ลูกใหญ่มาก ที่ กทม มีแต่ลูกเล็กๆ ราคาก็แพงมากเช่นกัน เห็นรับซื้อ กกละ 80-100 บาทเลยทีเดียว แต่เราไปซื้ออันที่เขาไม่สามารถส่งขายได้ คือมัน สุกเกินไป ต้องกินเลย กกละ 35 บาท กินได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีเสีย ชื่นใจ เราไม่ชอบกินทุเรียน จึงจะไม่ขอพูดถึงมัน
-
วันที่ 2 เที่ยวชมทะเลหมอกใต้ต๋ง อยู่บนยอดเขาสูง ใช้โฟวิว ประมาณชั่วโมงนึง มองเห็นเมืองเบตง
เที่ยวถนนเลียบชายแดนไทยมาเลเซีย ชมประวัติศาสตร์หลักเขตแบ่งประเทศ ฯลฯ
เพลียจากการเดินทางจาก กทม ก็หลับยาว ตื่นอีกทีตี 4 เพราะนัดขึ้นรถโฟวิวตอน 04.30 น. เราจะไปดูทะเลหมอกไตต๋ง
"ใต้ต๋ง" ทิวเขาร้อยลูกมหัศจรรย์แห่งสยาม :o :o
ใต้ต๋ง ทิวเขาร้อยลูก ตั้งอยู่ หมู่ 4 บ้านจาเราะซูซู ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นทิวเขาที่เชื่อมรอยต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย มีเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นเส้นแบ่งเขตใต้สุดสยาม ยามเช้าที่นี่จะถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอกเสมือนแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ใสบริสุทธิ์ และสดชื่น ณ จุดนี้สามารถมองเห็นสันเขานับร้อยสันที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 300-800 ม. ร้อยเรียงสันเขาต่อๆ กันอย่างเรียงรายสลับกันอย่างสวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจี แสดงถึงความอุดมสมบูร์ของพื้นที่แห่งนี้ธารน้ำทิพย์ เบตง คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และเทศบาลตำบลธารทิพย์ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พ.ศ.2500
ที่มา : ป้ายที่จุดชมวิว
-
ทิวเขาเรียงสลับกันไป ตอนเช้ามืด
-
ตัวเมืองเบตงลิบๆ ยามเช้า
-
ฝั่งซ้ายมือของภาพจะเป็นเขตแดนประเทศมาเลเซีย
-
สายๆ เราก็ต้องลงแล้ว แดดเริ่มแรง หมอกก็ฟุ้งไปแล้ว :'( :'( เสียดายฟ้าไม่ระเบิด
-
มีบ้านพักที่สร้างไว้นานมาแล้ว ไม่มีคนอยู่แล้ว
-
กลับเขามาในเมืองหาอะไรกินก่อน(เราไม่ใช่สายหาของกิน ปกติชอบกินข้าวแกง) ไปเดินตลาดสด มีความประทับใจการออกแบบตลาดสดที่นี่ มี 2 ชั้น แต่มีการไล่ระดับ มีการเดินขึ้นลง แต่ก็สงสัยว่าจะสะดวกไหม แต่คิดไปมาเขาคงสะดวกแบบนี้
-
พี่ฟก พาไปดูสวน เราจะไปดูกำเนิด มังคุด ทุเรียน เงาะ และลางสาด
-
กะว่าจะไปกินที่ต้น ปรากฏว่า มีแต่ลูกเขียวๆ เสียใจมาก :'( :'(
-
เจอมังคุดหล่นลูกนึง ดีใจมากได้กินจากสวนปลอดสารพิษ
-
ทุเรียนหล่นจากต้น ชิ ไม่สนใจหรอก แต่เพื่อนบอกว่าอร่อยมาก :-\ :-\
-
บ้านที่สวนนี้ก็สร้างตั้งแต่สมัยคุณปู่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีอยู่ทุกบ้านเลยนะ เท่าที่เห็นมา
-
ไปต่อครับ ไปเช็คอินหมุดหลักเขต(จำลอง) 54A แบ่งกั้นประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย(ถ้าจะดูหมุนจริงต้องเดินเข้าป่าไปอีกหลาย กม.) แนวเขตร่วมกันยาวประมาณ 647 กิโลเมตร
-
และก็มีวิวถนนเลข อะไร
-
นอกจากนี้ก็ยังมีหมุดอื่นๆ อีกหลายจุด สิ่งที่สังเกตุง่ายๆ เราจะเห็นกำแพงแบ่งเขตแดนกันอยู่ตลอดแนว
-
หมุดเก่าที่สมัยยังเป็นสยามประเทศ
-
ตบท้ายด้วยการไปซื้อขนมที่ด่านปลอดภาษี
-
วันที่ 3 ชมทะเลหมอกควนโต๊ะนิ จุดนี้ต้องเดินไม่ไกลมากหลักร้อยเมตรเอง
ชมน้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร9 ตอนบน
บ่ายๆ เดินทางไปหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 9 ล่องเรือหลังเขื่อนไปชมคลองน้ำใส ต้นน้ำ ชมน้ำตกฮาละซ๊ะห์
ชมทะเลหมอกควนโต๊ะนิ ก็ต้องนั่งโฟวิลมาหลาย กม.อยู่นะ มอไซค์น่าจะลำบากมาก ใครจะไปควรไปสำรวจเส้นทางก่อนนะครับ จุดนี้ต้องเดินไม่ไกลมากหลักร้อยเมตรเอง ป้ายเหมือนยังจะลังเลการตั้งชื่อจุดชมวิวนี้นะ ที่จุดนี้จะมองเห็นสกายวอร์คเลย วิวเปิดกว้าง ทางขึ้นอยู่ด้านขวาของป้ายนะครับ
-
มาดูป้ายด้านบนชื่อว่าอะไร
-
เราสามารถนอนเต๊นท์ได้นะ มีสองจุดระหว่างทาง กับบนยอด ไม่มีน้ำ แต่แนะนำว่าเตรียมอาหารสำเร็จมาดีกว่า สะดวก
-
มีบ่อน้ำสร้างไว้ให้สัตว์กิน และมีบังเกอร์ไว้ถ่ายนก มีกล้องดักถ่าย
-
เดินมาถึงยอดแล้วเหงื่อซึมๆ มองเห็นสกายวอร์คด้วยลิบๆๆ
-
ฟ้าปิดอ่ะ แต่หมอกก็ยังเต็มอยู่นะ สวยดี
-
อีกมุม ซูมๆๆ ;D ;D
-
มีบริการจิบแฟ แลหมอก ฟินไปอี๊ก 8) 8)
-
สายๆ เราก็ไปต่อน้ำตกเฉลิมพระเกียรติร 9 ตอนบน น้ำน้อยเลยเห็นน้ำตกเคยไปแล้วรอบนึงน้ำเยอะเต็มไม่เห็นอะไรเลย
-
มีน้ำไหลผ่านร่องหิน แปลกดี
-
จากนั้นเดินทางไปต่อหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 9 ยาวๆ ไป 1-2 ชั่วโมง
ประวัติโดยย่อของหมู่บ้าน
หลังการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพหาดใหญ่ กองทัพประชาชนลงจาก เขาได้สร้างหมู่บ้านสันติภาพ 4 แห่ง หมู่บ้านสันติภาพแห่งแรกคือหมู่บ้าน ของกลุ่มอดีตกองกำลังกลางพรรคคอมมิวนิสต์มลายาและสมาชิกร่วม สำนักงานกลางมลายาตอนเหนือ หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ต้นน้ำของอ่าง เก็บน้ำเขื่อนบางลาง จึงมีอีกชื่อเรียกว่า หมู่บ้านสันติภาพบางลาง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2535 เปลี่ยนชื่อเป็น หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา๙"
ผู้พิทักษ์แห่งสันติภาพในอดีต, ผู้สร้างชุมชนในปัจจุบัน, สร้างหมู่บ้าน บนพื้นที่ที่เคยใช้ชีวิตและเป็นที่ตั้งฐานทัพทำให้มีความรู้สึกซาบซึ้งต่อผืน แผ่นดินนี้ พวกเขายังคงเริ่มต้นจากศูนย์ ด้วยจิตวิญญาณความเพียรไม่ย่อ ท้อ สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน
ภายใต้ข้อตกลงสนธิสัญญาสันติภาพหาดใหญ่ ภายใต้ความใส่ใจของ ทุกฝ่ายในประเทศไทย ภายใต้ความช่วยเหลือจากเพื่อนและครอบครัว ในต่างแดน การก่อสร้างหมู่บ้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น อดีตกองทัพ ประชาชนและสมาชิกหน่วยอื่น ๆ ได้ทยอยย้ายเข้าอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งกลุ่มเชื้อชาติจีน เชื้อชาติไทย และ เชื้อชาติมาเลเซียร่วมอาศัยกัน ผู้ที่ได้รับพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่อยู่อาศัย ตามข้อตกลง ในปัจจุบันนี้มีชีวิตที่มั่นคงและยังคงพัฒนาด้วยความเพียร พยายามเพื่อให้กลายเป็นหมู่บ้านที่สุขสงบและงดงาม
ที่มา : ป้ายในพิพิธภัณฑ์
-
เดิมเป็นดินแดนคอมมิวนิสต์
-
ที่นี่ไม่มีวัด มีแต่พระพุทธรูป ถ้าจะไปวัดต้องไปอีกหมู่บ้านห่างไป 10 กม.
-
บรรยากาศดี รอบๆ แต่เสียดายน้ำน้อยไปหน่อย เขาบอกว่าเขาระบายน้ำออกเพื่อรอน้ำฝนมาใหม่
-
ไปดูที่พักกัน ไม่มีแอร์นะ แต่น้ำเย็นและไหลแรงม๊ากกก
-
มีพิพิธภัณฑ์เล่าประวัติศาสตร์ โดยอาม่า
-
ภายในจะมีบอกถึงที่มาที่ไป แต่ส่วนใหญ่เป็นภาษาจีน
-
เครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ
-
เดียวเราไปชมน้ำตกฮาราซะห์กัน มี 2 ทางให้เลือก
1. เดินป่าศึกษาธรรมชาติก่อนถึงน้ำตก ระยะทางประมาณ 3 กม.
เส้นทางศึกษาธรรมชาติบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 หมู่ 9 ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา อยู่ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 86 กิโลเมตร ผ่านถนนหมายเลข 410 มีสภาพเป็นป่าดงดิบขึ้น ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมีมาก ทางเดินศึกษาธรรมชาติบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 มีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณทางเดินจะพบสังคมพืช ทั้งพืชเรือนยอด ไม้ชั้นกลาง ไม้พุ่ม ไม้พื้นล่าง เห็ครา รวมถึงสัตว์ขนาดเล็ก เช่น ผีเสื้อ มด แมลงปอ ปลวก กบภูเขา ปลา ที่อยู่รวมกัน
2. เดินไปน้ำตกเลย 250 ม. แน่นอนเราเลือกอันนี้ ;D ;D ;D
ตามภาพน้ำตกอยู่ด้านบนนะครับ ใครเลือกข้อ 1 จะเดินเป็นตัว U ลงมาด้านล่างก่อนขึ้นด้านบน
-
ทางเลือกที่ 2 เห็นไหม ทำไมต้องเหนื่อย
-
แต่ๆๆ ดูเอาเถิดน้ำอยู่ไหนก๊อนนนน :'( :'(
-
ถ่ายอะไรล่ะ เขาบอกว่าน้ำจะเยอะช่วงเดือน กพ ถึง สค
-
สมพง กะพงยักษ์
ไม้ต้นขนาดใหญ่ที่พบขึ้นอยู่ตามป่าดงดิบ อายุมากกว่า 100 ปี ยืนตระหง่านอยู่ สมพงตันนี้ วัดขนาดเส้นรอบวงได้ 25 เมตร ขนาด 27 คนโอบ สูงประมาณ 20-40 เมตร โดนเป็นพูพอนขนาดใหญ่ อาจสูงถึงประมาณ 2 เมตธ เป็นไม้ยืนต้น เนื้ออ่อน ขนาดใหญ่มาก เป็นไม้ผลัดใบและจะผลัดใบหมดก่อนออกดอก ลำต้นเปล่าตรง เรือนยอดเป็น พุ่มโปร่ง เปลือกสีเทาอมชมพู เรียบเป็นมัน หนามาก เปลือกในสีน้ำตาล อมชมพูไม่มีแก่น กิ่งอ่อนมีรอยแผลใบปรากฏชัด ไม้สมพงเป็นไม้เศรษฐกิจ นำมาใช้ทำแบบหล่อคอนกรีต เรือขุด หีบใส่ของ ไม้ขีดไฟ ไม้จิ้มฟัน ไม้ยาง ไม้อัด เยื่อกระดาษ หีบศพเครื่องเรือน ของเด็กเล่น รวมถึงทำพื้น รองเสาค้าใหญ่นานาชนิดและธารน้ำไหลจากภูเขา
ที่มา : ป้ายหน้าต้นไม้
-
นั่งรอเพื่อนที่ไปเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พอเพื่อนๆ เห็นน้ำตก 55555
ไม่เป็นไรไว้มาใหม่ ไปต่อไปดูคลองน้ำใส ต้นน้ำของที่นี่
มีตอไม้อย่างดีให้ผูกเรือ
-
พี่บอกว่ามีซาไก อาศัยอยู่ริมน้ำใต้ต้นไม้
-
นั่งเรือมาเกือบๆ ชั่วโมง ก็มาเกือบถึงต้นน้ำ เรือไปไม่ได้แล้ว ต้องน้ำเยอะกว่านี้ถึงจะไปเห็นคลองน้ำใส แต่มันเดินยากนะดินอ่อนตัวมาก
-
น้ำลงเยอะไปหน่อย แต่จริงๆ ก็ไม่หน่อยนะ ;D ;D
-
หิวไปกินข้าวเย็นกัน กับข้าวอร่อยทุ๊กกก อย่างเลยครับ
-
นอนๆๆ พรุ่งนี้เช้าเราไปไหนนะ
วันที่ 4 ชมทะเลหมอกเขาหินโยก เดินชันๆ ประมาณ 800 ม. แล้วเดินทางมาที่หาดใหญ่ บินกลับ กทม
-
ทางเดินชันๆ ไปตลอดเลยล่ะ 555 มีจุดชมวิว 3 ชั้น (วิวเดียวกันต่างระดับเฉยๆ)
-
ลองโยกดูสิ อ้อมันขยับ คิดว่าไม่ได้ถึงขึ้นโยก
-
เสียดายฟ้าไม่ระเบิด
-
สายๆ แดดแรง ต้นไม้เขียวๆๆ 8) 8)
-
เหนื่อยจบทริปล่ะ กลับบ้านได้ ภาพสุดท้ายให้ทายอ่านว่าอะไร