Author Topic: การถ่ายภาพทิวทัศน์แนว Stock  (Read 6039 times)

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
การถ่ายภาพทิวทัศน์แนว Stock
« on: เมษายน 18, 2016, 04:30:59 PM »
การถ่ายภาพทิวทัศน์แนว Stock (คัดลอกมาบางส่วน)
Landscape Stock Photography ขายภาพออนไลน์
โดย สุระ นวลประดิษฐ์ www.stockphotothailand.com
นิตยสาร Dramatic Photo Art Issue 03 อ.ไม้หลัก
พิมพ์โดย Hikingthai.com

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
Re: การถ่ายภาพทิวทัศน์แนว Stock
« Reply #1 on: เมษายน 18, 2016, 04:34:03 PM »
คุณสมบัติของภาพถ่าย Landscape

อย่างไรก็ตาม ภาพ Landscape Stock Photo ที่ส่งแล้วผ่านการตรวจง่ายๆ และมีโอกาสขายได้ดี ก็มีคุณสมบัติต่างๆ ทั้งที่เหมือนและแตกต่างกันกับภาพถ่ายที่ถ่ายเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ซึ่งต้องทำความเข้าใจ และระมัดระวังในขั้นตอนการถ่าย และการปรับแต่งภาพลังจากการถ่ายแล้ว (Post-processing) ดังนี้ครับ

1.องค์ประกอบภาพ องค์ประกอบภาพทั่วไป คือ ภาพที่ถ่ายมาตามรูปแบบปกติที่เราเห็นในการถ่ายภาพ Landscape มาตรฐานสากล เช่น  ภาพโปสการ์ด ภาพแนวท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งจะมีการจัดวางองค์ประกอบภาพที่ดูสบายตาเนื้อหา และเรื่องราวจบสมบูรณ์ในภาพเดียวใช้แนวคิดทั่วไปในการวางองค์ประกอบภาพ เช่น กฎสามส่วน จุดตัดเก้าช่อง เส้นนำสายตา เป็นต้น ลักษณะนี้อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่าเป็นภาพที่แม้แต่ถ่ายมาก่อนโดยไม่คิดถึงการขาย Online ก็สามารถนำมาขายได้ และการ Download สำหรับภาพประเภทนี้ก็มีปริมาณไม่น้อย

ลูกค้าที่ใช้งานประเภทนี้ ก็มักจะเป็นการนำไปประกอบงานโฆษณาแบบตรงๆ ไม่ต้องตัดต่อหรือนำวัตถุอื่นๆ มาเพิ่มเติมเข้าไป หรือนำไปประกอบเนื้อหาบทความงานเขียนต่างๆ เพื่อเสริมเรื่องราวให้สมบูรณ์ขึ้น หรือไม่ก็นำไปพิมพ์เป็นโปสเตอร์ หรือ โปสการ์ด เป็นต้น ภาพ Landscape ประเภทนี้ยิ่งวางองค์ประกอบได้สมบูรณ์ในตัวภาพและมีการแต่งสีสันให้สวยงามสะดุดตาได้มากเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสขายได้มากเท่านั้นเนื่องจากลูกค้าสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาจัดการใดๆ เพิ่มเติม

องค์ประกอบภาพแบบ Stock โดยเฉพาะ คือ ภาพที่มีการจัดองค์ประกอบแบบที่ไม่นิยมใช้กันในการถ่ายภาพแนวอื่นๆ เพราะว่าใช้แล้วจะดูเหมือนได้ภาพที่ไม่สมดุล ไม่สมบูรณ์ ไม่จบเรื่องราว เช่น วางน้ำหนักวัตถุหรือสถานที่ในภาพไว้ด้านใดด้านหนึ่ง แล้วปล่อยอีกด้านหนึ่งไว้ลอยๆ โดยไม่มีวัตถุใดๆ มาถ่วงดุลน้ำหนักภาพ ทำให้เมื่อมองดูเผินๆ ภาพจะเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจนผิดปกติ องค์ประกอบภาพทำนองนี้จะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ภาพเสียหายในการถ่ายภาพรูปแบบทั่วไป และมองได้ว่าผู้ถ่ายภาพจัดวางองค์ประกอบไม่ดี แต่สำหรับภาพแนว Stock Photo แล้วมีหลายสถานการณ์ที่ช่างภาพ จงใจ จะปล่อยพื้นที่ว่างไว้เฉยๆ หรือไม่หาอะไรมาถ่วง น้ำหนักให้ดูสมดุล เนื่องจากมีการมองข้ามไปจากปกติอีก 1 ขั้นที่ว่า พื้นที่ว่างที่ปรากฏอยู่นั้น เป็นส่วนที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้าผู้ใช้งานภาพ จะนำวัตถุ ข้อความ หรือ เนื้อหาอื่นที่ได้จัดเตรียมไว้มาวางลงไป ภาพก็จะสมบูรณ์หรือสมดุลในตอนนั้น การวางองค์ประกอบภาพนี้ จะเป็นสิ่งที่ช่างภาพมือเก่าๆ ที่ไม่เคยถ่ายภาพแนว Stock Photo มาก่อนต้องใช้เวลาในการปรับตัวอยู่มากพอสมควร ลูกต่างของภาพที่จัดวางองค์ประกอบแบบนี้ มักจะเป็นกลุ่มงานเกี่ยวกับการออกแบบชิ้นงานให้กับลูกค้าอีกต่อหนึ่งซึ่งจะมีความคุ้นเคย และมองหาภาพที่มีองค์ประกอบไม่สมบูรณ์เหล่านี้มาเพื่อตัดต่อใช้งานตามต้องการต่อไป
« Last Edit: เมษายน 18, 2016, 04:38:19 PM by designbydx »

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
Re: การถ่ายภาพทิวทัศน์แนว Stock
« Reply #2 on: เมษายน 18, 2016, 04:40:55 PM »
2.สี แสง เงา Stock Photography ประเภท Landscape จะมีความยืดหยุ่นในเรื่องการให้แสง เขา ที่ปรากฏในภาพมากกว่าภาพประเภท Portrait ที่กล่าวถึงฉบับที่แล้ว ภาพที่มีโทนเข้มหนัก หรือ ภาพที่เน้นสีสันฉูดฉากก็มีโอกาสผ่านและขายได้ในระดับที่น่าพอใจ ในขณะที่ภาพแนว Portrait จะเน้นภาพโทนสีสว่างดูเบาสบายเป็นหลัก สมมุติว่า เราไปเที่ยวทะเล และอยู่ถ่ายภาพ ณ จุดใดจุดหนึ่งติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ก็สามารถถ่ายภาพทะเลแห่งนั้นได้ตลอดเวลา ทั้งในช่วงที่แสงสว่างเคลียร์ ไปจนถึงระยะเวลาที่เป็นแสงเข้มๆ หนักๆ ในช่วงเช้า เย็น ถ้าเราใช้ Key Word คำว่า Landscape เพื่อค้นหาภาพแบบ Most Popular ใน Shutterstock ภาพที่แสดงออกมาในหน้าแรกๆ จะเห็นได้ว่ามีปะปนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าภาพโทนสว่างในเคลียร์ กับ โทนแสงเงาเข้มนหัก สีสันจัดจ้าน อย่างไหนได้รับความนิยมมากกว่ากัน ไม่เหมือนภับภาพแนว Portrait ที่จะเห็นได้ชัดว่า ภาพยอดนิยมหน้าแรก เกือบทั้งหมดจะเป็นโทนสว่างใสเคลียร์หรือไม่ก็ ภาพฉากหลังขาว ดังนั้นถ้ามั่นใจว่าภาพที่มีอยู่ หรือภาพที่จะถ่าย มีแสง เงาที่ ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นโทนใด ก็สามารถส่งขายได้ทันที

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
Re: การถ่ายภาพทิวทัศน์แนว Stock
« Reply #3 on: เมษายน 18, 2016, 04:42:04 PM »
3.จุดรบกวนแบบต่างๆ จากหัวข้อที่แล้ว สำหรับภาพที่มีแสงโทนเข้ม หรือมีพื้นที่ที่เป็นส่วนเงาในภาพ แม้ว่าจะไม่มีปัญหาสำหรับการขายก็จริง แต่ปัญหาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ขึ้นตอนการตรวจพิจารณาภาพจาก Inspector หรือผู้ตรวจสอบภาพมากกว่า เนื่องจากโดยธรรมชาติของภาพโทนสีเข้มหรือมีพื้นที่ส่วนเงามักจะมีจุดรบกวนภาพที่เรียกว่า Noise ปรากฏอยู่เสมอไม่มากก็น้อย ภาพที่ถ่ายด้วย iso 400 หรือสูงกว่านี้เป็นภาพที่ต้องเอาใจใส่ในการตรวจ Noise เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพที่มีการนำมาเพิ่มหรือลดแสงสี หรือปรับปรุงคุณภาพของภาพในโปรแกรมตกแต่งภาพต่างๆ จะมีโอกาสพบ Noise เพิ่มมากเป็นพิเศษแม้ว่าจะถ่ายด้วยไฟล์ชนิด Raw แล้วก็ตาม จุดรบกวนประเภทนี้สำหรับภาพที่ใช้งานในฐานะ Stock Photo เป็นสิ่งที่ยอมรับได้น้อยมาก ภาพ Landscape ไม่เหมือนภาพจัดไฟถ่ายในสตูดิโอ ส่วนใหญ่แล้วเราไม่สามารถจัดการกับแสงหรือตำแหน่งวัตถุในภาพได้ตามใจ ดังนั้นโอกาสที่เราจะได้ภาพที่มีน้ำหนักแสงเงาหลายๆ ระดับมาอยู่ในภาพเดียวกันจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งก็หมายถึงมีโอกาสเจอ Noise ได้บ่อยครั้งเช่นเดียวกัน

ไม่เฉพาะแต่ส่วนมืด หรือส่วนเงาเท่านั้น แม้แต่ภาพโทนสว่าง พื้นที่ของสีบางสี เช่น สีฟ้า ก็อาจจะเกิด Noise ได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน และยังอาจจะมีโอกาสพบจุดรบกวนประเภท Hot Pixel หรือ Dead Pixel ได้อีกด้วย ต้องสังเกตให้ดีสำหรับภาพ Landscape การใส่ใจกับภาพที่ถ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วให้มากกว่าปกติเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพื่อลดโอกาสการมีจุดรบกวนประเภทต่างๆ เป็นของแถมในภาพไม่ให้ปรากฏอยู่ในทุกๆ ส่วนของภาพ

Offline designbydx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
Re: การถ่ายภาพทิวทัศน์แนว Stock
« Reply #4 on: เมษายน 18, 2016, 04:43:02 PM »
4. การปรับแต่งและการตัดต่อ สำหรับภาพถ่ายที่มีความประสงค์จะใช้งานในลักษณะเป็น Stock Photo การปรับแต่งภาพเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จะมากจะน้อยก็ต้องทำตามความเหมาะสม เนื่องจากโดยหลักการแล้ว การถ่ายภาพเพื่อขาย Online แนะนำให้ถ่ายด้วยไฟล์ Raw เท่านั้น เพื่อให้ภาพมีความสามารถในการรองรบการปรับแต่งได้โดยมีการสูญเสียคุณภาพน้อยที่สุด ไฟล์ JPG แม้ว่าเบื้องต้นจะดูสวยงามสมบูรณ์กว่าไฟล์ Raw แต่ก็เป็นความสวยที่ถูกกำหนดหรือเติมแต่งโดยค่าสำเร็จรูปของกล้อง ในกรณีที่ต้องการปรับแต่งภาพตามใจหรือตามความต้องการของผู้ถ่ายภาพ การนำไฟล์ JPG ไปปรับแต่งจะได้ผลลัพธ์ และคุณภาพไฟล์ขึ้นสุดท้ายสู้ไฟล์ Raw ไม่ได้ ไฟล์ Raw จะบันทึกข้อมูลภาพแบบดิบๆ โดยปราศจากการเสริมแต่งใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแสงหรือสีสัน หน้าที่ปรับแต่งเพิ่มเติมเป็นของผู้ถ่ายภาพเอง ดังนั้น แน่นอนว่าเมื่อบันทึกไฟล์ Raw ก็ต้องมีการปรับแต่งภายหลังการถ่าย(post-processing) เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คืออยู่ที่การปรบแต่งนั้น จะต้องทำหรือควรจะทำมากน้อยแค่ไหนจึงจะไม่มีปัญหากับการตรวจพิจารณาภาพจาก Microstock

โดยหลักการแล้ว การปรับแต่งภาพนั้น ไม่มีข้อจำกัดตายตัวว่า ทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่ประเด็นสำคัญที่สุดอยู่ที่การปรับแต่งนั้นจะต้องได้ผลลัพธ์ที่ดูสมจริงไม่ทิ้งร่องรอยการปรับแต่งและไม่มีผลกระทบกับคุณภาพของภาพเป็นอันใช้ได้ คำว่า สมจริง คือ ดูแล้วไม่หลอกตาผิดธรรมชาติ เช่นภาพถ่ายที่มีท้องฟ้าสีฟ้า ก็ต้องเป็นสีฟ้า ที่ดูแล้วเนียนตาเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่สีฟ้าที่ปรับเพิ่มเข้มสะใจ แต่ไม่กลมกลืนกับวัตถุหรือเนื้อหาภาพโดยรวม คำว่า ไม่ทิ้งร่องรอยการปรับแต่ง หมายถึง พื้นที่ที่ได้รับการปรับแต่งจะต้องไม่ดูออกว่าผ่านการปรับแต่งมาก เช่นสี เลอะไม่กลมกลืน จนดูผิดปกติ คำว่า ไม่มีผลกระทบกับคุณภาพของภาพ หมาถึง ภาพต้องดูสะอาดปราศจากสิ่งรบกวนอันเกิดจากการใช้โปรแกรมปรับแต่งภาพ เช่น เกิด Noise เกิดสีเหลื่อมบริเวณขอบของวัตถุอันเกิดจากการปรับสีมากเกินไป เป็นต้น

การตัดต่อที่ให้ผลลัพธ์แตกต่างไปจากภาพต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง ก็สามารถทำได้อย่างไม่มีข้อจำกัดเหมือนกัน การปรับตำแหน่งวัตถุ การเปลี่ยนสี การผสมภาพเข้าด้วยกัน ฯลฯ ไม่มีข้อห้ามใดๆ สำหรับเรื่องนี้เพียบแต่ต้องยึดหลักการเดิมในย่อหน้าที่แล้ว คือ การตัดต่อนั้นต้องได้ผลลัพธ์ดูแล้วสมจริงไม่ทิ้งร่องรอยการตัดต่อ และไม่มีผลกระทบกับคุณภาพของภาพ

ภาพ Landscape ที่ขายดีจำนวนมาก ผ่านการปรับแต่งมาอย่างพอดี และบางภาพก็ผ่านการตัดต่อมาหลายจุด หรือแม้แต่ภาพจากภาพหลายๆ ภาพรวมกัน กลายเป็นภาพที่ดูสวยงามลงตัวผ่านการพิจารณาง่ายและมียอดขายที่ดี ดังนั้น สำหรับการปรับแต่งและตัดต่อภาพขอให้ปรึกษาโปรแกรมเกี่ยวกับงานด้านนี้ใช้ชำนาญ ก็จะมีโอกาสได้ภาพที่มีคุณภาพสูงขึ้นการขายภาพออนไลน์เป็นโลกของการใช้งานภาพเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ภาพแนว Fine Art ผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับแวดวงของการใช้งานภาพลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพด้วยกัน ผู้ตรวจภาพ หรือแม้แต่ลูกค้าผู้ซื้อภาพล้วนแต่เข้าใจและยอมรับการปรับแต่งภาพ หลังการถ่าย ทั้งสิ้น เป้าหมายสุดท้ายที่ทั้งช่างภาพและลูกค้าต้องการคือ ภาพที่สามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้ตามความต้องการ ดังนั้นช่างภาพประเภทที่ยึดมั่นอยู่กับแนวความคิด จบในกล้องเท่านั้น ถือว่าเก่งจริง อาจจะมีความยากลำบากอยู่พอสมควร ในการประชันผลงานต่อสู้เพื่อให้ได้ Download จากลูกค้า กับช่างภาพที่ยอมรับและมีทักษะในการ ปรับแต่งหลังการถ่าย อย่างถูกต้องเหมาะสม

โปรแกรมการปรับแต่งและตัดต่อภาพที่แนะนำสำหรับการใช้งานเพื่อการนี้ ก็คือชุดโปรแกรมจาก adobe หรือ lightroom และ Photoshop ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้งานคนละลักษณะ แต่สามารถใช้ร่วมกันได้เพื่องานที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น Lightroom ใช้ในการจัดการไฟล์ภาพจำนวนมากๆ ให้มีความสะดวกในการใช้งาน และสามารถปรับแต่ภาพขั้นต้นทั่วๆ ไปได้เพื่อให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น การใช้งานจะเข้าใจง่ายไม่สลับซับซ้อน แต่ถ้าเป็นภาพที่ต้องงานตัดต่อเพิ่มเติม ก็สามารถส่งภาพจากโปรแกรมนี้เข้าไปจัดการต่อใน Photoshop ได้ทันทีทั้งสองโปรแกรมเป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูงรองรับความต้องการในการปรับแต่งและตัดต่อภาพได้ทุกรูปแบบ เป็นที่นิยมกันใหมู่ช่างภาพที่ขายภาพ Online โดยทั่วไปช่างภาพมือใหม่หรือมือสมัครเล่นที่คิดจะทดลองขายภาพ Online หากว่ายังไม่เคยลองใช้โปรแกรมทั้งสองโปรแกรมนี้แนะนำให้ทดลองหามาใช้ให้มีความชำนาญ จะช่วยให้ภาพที่ถ่ายมามีความสวยงามและมีคุณภาพเหมาะสมกับการขาย Online มากขึ้น

จบ...ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน
Hikingthai.com

Offline nicemagic

  • Hero Member
  • *****
    • View Profile
Re: การถ่ายภาพทิวทัศน์แนว Stock
« Reply #5 on: เมษายน 21, 2016, 09:09:35 AM »
ขอบคุณข้อมูลดีๆ มีประโยชน์มากมายสำหรับมือใหม่ที่สุดค่ะ  :) :)